Latest
สรุปงานเสวนา "การสื่อสารทางการเมือง ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ: จากประสบการณ์สากลสู่สังคมไทย"
Tuesday, 23 August 2011 14:58
Written by Administrator
สรุปงานเสวนา
“การสื่อสารทางการเมืองภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ: จากประสบการณ์สากลสู่สังคมไทย”
วันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ณ อาคารศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในบริบทของประเทศไทย ภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันมีลักษณะอันหลากหลายและซับซ้อนกว่าเดิมมาก ด้วยทั้งอุบัติการณ์ของสื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ต ทวิตเตอร์ และสื่อขนาดเล็กที่แพร่กระจายกว้างขวางในชุมชนและท้องถิ่นอย่างวิทยุชุมชน วิทยุธุรกิจท้องถิ่น เคเบิลทีวี และทีวีท้องถิ่น การสื่อสารทางการเมืองซึ่งมุ่งผลสัมฤทธิ์ในเชิงอำนาจจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และกระบวนการใหม่ให้เหมาะสม เพื่อการเข้าถึงและโน้มน้าวผู้เปิดรับและใช้สื่อในสภาวการณ์ของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในบริบทของการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังอยู่ในช่วงหัวโค้งสุดท้ายนี้
ด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเวทีทางวิชาการเกี่ยวกับการสื่อสารทางการเมืองในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสื่อ ดังกล่าวข้างต้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และศูนย์การสื่อสารการเมืองของมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ เพื่อจัดการเสวนาในหัวข้อ “การสื่อสารทางการเมือง ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ”
ช่วงที่ 1 - สื่อไทยกับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมหลังเลือกตั้ง
เสวนาในหัวข้อ “สื่อไทยกับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม หลังเลือกตั้ง” ร่วมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อ คุณรุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชนและนักเขียนอิสระ คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณธีรัตน์ รัตนเสวี บรรณาธิกรข่าว, Voice TV Station
ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามท่านเห็นตรงกันว่าปรากฏการณ์ที่ประชาชนร่วมกันออกมาเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมามาสื่อมวลชนมีบทบาทต่อการส่งข้อมูลข่าวสารและกระตุ้นประชาชนให้กล้าแสดงออกถึงสิทธิทางประชาธิปไตยด้วยการออกมามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะสื่อทางเลือก เช่น เคเบิ้ลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม และสื่อใหม่ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางใหม่ที่วัดความมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรากหญ้า สร้างทัศนคติทางการเมืองและการร่วมแสดงความคิดทางการเมือง เพราะประชาชนมีความรู้สึกเข้าใกล้การเมือง และนำเสนอเนื้อหาที่ประชาชนต้องการได้ง่ายชึ้น
ในส่วนสื่อใหม่ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูง เพราะสามารถเผยแพร่ข่าวสารอย่างรวดเร็ว พบว่ามีปัญหาในเรื่องความไม่ถูกต้องของข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนนำเสนอ รวมถึงปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ คนเสพสื่อกระแสรองอาจจะยังถูกล้อมกรอบอยู่กับสื่อใดสื่อหนึ่งและไม่เปิดรับอีกด้านหนึ่งเลย รวมถึงการที่สื่อตกเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ทางการเมือง หรือเป็นเครื่องมือทางการตลาดของนักการเมืองโดยไม่รู้ตัว
ผู้ร่วมเสวนามีการคาดการณ์ว่า หลังการเลือกตั้งสื่อไทยอาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิ้ลท้องถิ่น และสื่อโซเชียลเน็คเวิร์ค และมีข้อเสนอแนะเรื่องบทบาทการนำเสนอของสื่อไทยหลังการเลือกตั้งว่า ต้องเปลี่ยนแนวทางนำเสนอให้มวลชนมีส่วนร่วม นำเสนอข่าวสารรอบด้าน ตรวจสอบแหล่งข่าวให้ถูกต้องชัดเจน และระวังเรื่องอคติที่เกิดจาดความสนิทสนมกับแหล่งข่าว โดยสื่อจะต้องมีคุณธรรมในการนำเสนอข่าวด้วย ในส่วนการส่งข่าวสารผ่านเครือข่ายทางสังคมต้องมีความรอบคอบ อย่าแสดงความคิดเห็นส่วนตัว เพื่อสร้างบรรทัดฐานการสื่อสารทางการเมืองของสถานีและผู้สื่อข่าว
|
|
|
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
ช่วงที่ 2 - สื่อใหม่ การเมืองใหม่: ประสบการณ์จากอเมริกาและไกลโพ้น
Ralph J. Begleiter ผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารการเมืองประจำมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสของ CNN กล่าวปาฐกถาพิเศษ “สื่อใหม่ การเมืองใหม่: ประสบการณ์จากอเมริกาและไกลโพ้น” "New Media, New Politics: Experiences from the US and Beyond" สะท้อนความคิดเห็นว่าการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ในฐานะสื่อทางเลือกเพื่อหาข้อมูลที่ไม่ถูกนำเสนอผ่านสื่อกระแสหลักเพราะถูกควบคุมโดยรัฐบาล ดังตัวอย่างกรณีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอียิปต์ที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ทำให้ประชาชนส่งผ่านข้อความทางการเมืองกันได้โดยปราศจากการควบคุมของรัฐบาล และทวีความสำคัญทางการสื่อสารการเมืองทั่วโลก
ปัจจุบัน สื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือยูทูบ ต่างมีอิทธิพลต่อการสื่อสารการเมืองมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้สื่อจะสามารถใช้อุปกรณ์การสื่อสารอย่างสมาร์ทโฟน หรือ อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการที่ผู้ใช้สามารถเป็นผู้เลือกที่จะเข้าถึงและรับข้อมูลข่าวสารทางการเมืองนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ดี การที่ผู้คนได้รับข้อมูลซ้ำๆ จากสื่อกระแสรองที่ปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นบน feed ของเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ อาจทำให้คนๆ หนึ่งทึกทักไปว่าข้อมูลชิ้นหนึ่งที่ตนได้รับมานั้นเป็นความจริง และส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยังคนอื่นๆ โดยปราศจากการตรวจสอบ ปราศจากคำถาม และทรงอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนในสังคม ซึ่งต่างกับสื่อหลักที่มีบรรณาธิการที่ดีที่จะคัดกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่ ดังนั้นยิ่งมีช่องทางการสื่อสารการเมืองมากยิ่งขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่ประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ผิดๆมากขึ้นด้วยเท่านั้น ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ต้องไม่เชื่อแค่ “ข้อคิดเห็น” เท่านั้น แต่จำเป็นจะต้องได้รับ “ข้อเท็จจริง” ด้วย อันเป็นหน้าที่ของสื่อกระแสหลักอย่างแท้จริง
“การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองบนโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่ดี แต่เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อาจไม่ใช่แหล่งที่ดีสำหรับการค้นหาข้อมูลที่เป็น “ข้อเท็จจริง” เนื่องจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียยืนอยู่บนพื้นฐานของ "ความคิดเห็น" เป็นหลัก” Ralph J. Begleiter กล่าวสรุป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|































