gototopgototop
  1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

Latest

  • Launching of an annual report on Media Freedom in Southeast Asia 2012

    Launching of an annual report on Media Freedom in Southeast Asia 2012

    The Bangkok-based Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) in cooperation with Thai Media Policy Center, Chulalongkorn University invites members of media community, diplomatic corps and civil society organisations based in Bangkok to attend the launch of SEAPA’s annual report on the state of media freedom in Southeast Asia on 2 May 2013 at Mongkutsamatiwong Building, a conference room on the 10th Floor, Faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University (http://web.stagram.com/location/8754392)

    The report will highlight issues, cases and concerns about media freedom in 11 Southeast Asian countries in 2012. It will also include analysis of trends for the year as well as forecasts for the following year in order to draw public attention to what could be potentially challenges to overall freedom of expression.

    For 2013, SEAPA is timing the launch of the 2012 report to coincide with the global celebration of UNESCO-sponsored World Press Freedom Day on 3 May whose theme this year is “Safe to Speak: Securing Freedom of Expression in All media”.

    The launch of the SEAPA report is part of the regional network’s advocacy efforts to raise the awareness of the media community and the public about trends and challenges in the regional media landscape and violations that have taken place throughout the year. It is hoped the media community specifically, and the general public, are more sensitized to threats faced by the media community at large and lend support to initiatives to arrest the violations.

    This year’s report will also highlight some of the specific cases that need urgent attention of the media community as well as the state authorities concerned.

    Program

    1.00-1.10 pm Open speech by Assist. Prof. Dr. Duang-Kamol Chartprasert, Dean, Faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University
    1.10-2.00 pm SEAPA presentation of issues, cases and concerns about the media freedom in 2012 and trends ahead by Gayathry Venkiteswaran, executive director of SEAPA
    2.00-3.30 pm Discussion on challenges and response to the on-going violations and trends in the ASEAN context
    Panelists: Kavi Chongkittavorn, Chairperson, SEAPA
    Pradit Ruangdit, President, Thai Journalists Association
    Gayathry Venkiteswaran, Executive Director, SEAPA
    Facilitator: Assist. Prof. Dr. Pirongrong Ramasoota, Director, Thai Media Policy Center, Faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University
    3.30-4.00 pm Q&A

    The discussion will be conducted in English and English-Thai translation is provided for Thai media.

    For more information please contact Ms. Kulachada Chaipipat, campaign manager at seapa@seapa.org or call 02 243 5579



  • งานเสวนา เรื่อง เสรีภาพของสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ซีป้าแถลงสถานการณ์สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในภูมิภาคในรอบปี 2555-ปัจจุบัน

    เครื่อข่ายสมาคมผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีป้า ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน คณะทูตานุทูต และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเข้าร่วมงาน แถลงรายงานประจำปีสถานการณ์สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในรอบปีพ.ศ.2555 ณ ห้องประชุม 1001 ศูนย์ประชุมศาสตราจารย์บำรุงสุข สีหอำไพ ชั้น 10 อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (http://web.stagram.com/location/8754392) ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00-16.00 น.

    รายงานฯ ของซีป้าจะหยิบยกประเด็นปัญหา กรณีการละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน และข้อกังวลต่างๆ เกี่ยวกับเสรีภาพสื่อมวลชนใน 11 ประเทศของภูมิภาค ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาและมองถึงแนวโน้มเกิดขึ้นในปัจุบันด้วย

    ในปีนี้ซีป้าได้จัดงานแถลงรายงานดังกล่าวให้ตรงกับการเฉลิมฉลองวันเสรีภาพ สื่อมวลชนโลก World Press Freedom Day ที่กำหนดขึ้นโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒณธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ในวันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งในปีนี้ยูเนสโกได้จัดให้มีการรณรงค์ในเรื่องความปลอดภัยในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยเน้นการส่งเสริมให้สื่อมวลชนทุกแขนงสามารถเข้าถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยปราศจากการแทรกแซงและคุกคามจากภาครัฐและภาคประชาชน

    รายงานประจำปีของซีป้าเป็นส่วนหนึ่งของงานรณรงค์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในภูมิภาค เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้กับสาธารณะและสื่อมวลชนในประเด็นปัญหาและความท้าทายต่างๆ ทั้งในภูมิทัศน์สื่อ และการละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนโดยทั่วไป ทั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สาธารณะและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนมีความเข้าใจต่อปัญหาการคุกคามสื่อที่เกิดขึ้นและให้การสนับสนุนต่อความพยายามต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    ในปีนี้ซีป้าจะหยิบยกกรณีการละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในภูมิภาคที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วนมากล่าวถึง เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับทราบและเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐไปดำเนินการแก้ไข

    กำหนดการ

    13.00-13.10 น. กล่าวเปิดงาน โดย ผศ.ดร.ดวงกมล ชาติประเสริฐ คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    13.10-14.00 น.
    แถลงรายงาน โดย กายาทรีย์ เวนกิตสวารัน ผู้อำนวยการบริหารซีป้า
    14.00-15.30 น.
    เสวนา เรื่อง แนวโน้มและความท้าทายในประเด็นปัญหาสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปํญหาในกรอบอาเซียน
    โดย  กวี จงกิจถาวร ประธานสมาคมเครือข่ายสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีป้า
    ประดิษฐ์ เรื่องดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
    กายาทรีย์ เวนกิตสวารัน ผู้อำนวยการบริหารซีป้า
    ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    15.30-16.00 น.
    ซักถาม และปิดงาน

    (ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทยในการสื่่อสารและมีล่ามแปลอังกฤษเป็นไทย)

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณกุลชาดา ชัยพิพัฒน์ ฝ่ายรณรงค์สิทธิเสรีภาพ ที่ seapa@seapa.org หรือ โทรศัพท์  02 243 5579



  • สรุปงาน สัมมนาสาธารณะ “ตอบโจทย์ เรื่อง ‘ตอบโจทย์’: ทีวีสาธารณะกับบทบาทพื้นที่สาธารณะในสังคมไทย”

    ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาสาธารณะ “ตอบโจทย์ เรื่อง ‘ตอบโจทย์’: ทีวีสาธารณะกับบทบาทพื้นที่สาธารณะในสังคมไทย” ในวันที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 11.00-13.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ชั้น 11 อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ โดยมีวิทยากรมาอภิปรายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นรายการ ‘ตอบโจทย์ประเทศไทย’ ดังรายชื่อต่อไปนี้

    - พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ : รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

    - คุณสมชัย สุวรรณบรรณ : ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

    - รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคำดี : ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านศิลปวัฒนธรรม และผู้อำนวยการสถานีวิทยุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล : รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต : อาจารย์ภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ

     

    ภาพบรรยากาศภายในงาน



  • สรุปงาน เวทีเสวนา “บอกความจริงเรื่อง ‘เหนือเมฆ 2’: สงสารช่อง 3 หรือประชาชนดี”

    ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนา "บอกความจริงเรื่อง ‘เหนือเมฆ 2’: สงสารช่อง 3 หรือประชาชนดี" ในวันที่ 8 มกราคม 2556 เวลา 13.30-15.30 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ชั้น 11 อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ โดยมีวิทยากรมาอภิปรายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นการระงับการออกอากาศละครเรื่อง ‘เหนือเมฆ 2’ ซี่งได้แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ดังรายชื่อต่อไปนี้

    - คุณสุภิญญา กลางณรงค์ : กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

    - คุณสุวรรณา สมบัติรักษาสุข : อดีตประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย

    - ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ : คณบดีคณะศิลปกรรมการผลิตสื่อ สถาบันกันตนา

    - ผู้ช่วยศาสตราจารย์นลินี สีตะสุวรรณ : อาจารย์ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    - อาจารย์สุภาพร โพธ์แก้ว : หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     

    ภาพบรรยากาศภายในงาน



สรุปงานเสวนา "การสื่อสารทางการเมือง ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ: จากประสบการณ์สากลสู่สังคมไทย"

Tuesday, 23 August 2011 14:58

Written by Administrator

PDF Print E-mail

สรุปงานเสวนา

“การสื่อสารทางการเมืองภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ: จากประสบการณ์สากลสู่สังคมไทย”

วันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ณ อาคารศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ในบริบทของประเทศไทย ภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันมีลักษณะอันหลากหลายและซับซ้อนกว่าเดิมมาก ด้วยทั้งอุบัติการณ์ของสื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ต ทวิตเตอร์ และสื่อขนาดเล็กที่แพร่กระจายกว้างขวางในชุมชนและท้องถิ่นอย่างวิทยุชุมชน วิทยุธุรกิจท้องถิ่น เคเบิลทีวี และทีวีท้องถิ่น  การสื่อสารทางการเมืองซึ่งมุ่งผลสัมฤทธิ์ในเชิงอำนาจจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และกระบวนการใหม่ให้เหมาะสม เพื่อการเข้าถึงและโน้มน้าวผู้เปิดรับและใช้สื่อในสภาวการณ์ของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในบริบทของการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังอยู่ในช่วงหัวโค้งสุดท้ายนี้

ด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเวทีทางวิชาการเกี่ยวกับการสื่อสารทางการเมืองในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสื่อ ดังกล่าวข้างต้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และศูนย์การสื่อสารการเมืองของมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ เพื่อจัดการเสวนาในหัวข้อ “การสื่อสารทางการเมือง ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ”

 

 

 

ช่วงที่ 1 - สื่อไทยกับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมหลังเลือกตั้ง

เสวนาในหัวข้อ “สื่อไทยกับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม หลังเลือกตั้ง” ร่วมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อ คุณรุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชนและนักเขียนอิสระ คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณธีรัตน์ รัตนเสวี บรรณาธิกรข่าว, Voice TV Station

ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามท่านเห็นตรงกันว่าปรากฏการณ์ที่ประชาชนร่วมกันออกมาเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมามาสื่อมวลชนมีบทบาทต่อการส่งข้อมูลข่าวสารและกระตุ้นประชาชนให้กล้าแสดงออกถึงสิทธิทางประชาธิปไตยด้วยการออกมามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะสื่อทางเลือก เช่น เคเบิ้ลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม และสื่อใหม่ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางใหม่ที่วัดความมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรากหญ้า สร้างทัศนคติทางการเมืองและการร่วมแสดงความคิดทางการเมือง เพราะประชาชนมีความรู้สึกเข้าใกล้การเมือง และนำเสนอเนื้อหาที่ประชาชนต้องการได้ง่ายชึ้น

ในส่วนสื่อใหม่ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูง เพราะสามารถเผยแพร่ข่าวสารอย่างรวดเร็ว พบว่ามีปัญหาในเรื่องความไม่ถูกต้องของข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนนำเสนอ รวมถึงปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ คนเสพสื่อกระแสรองอาจจะยังถูกล้อมกรอบอยู่กับสื่อใดสื่อหนึ่งและไม่เปิดรับอีกด้านหนึ่งเลย รวมถึงการที่สื่อตกเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ทางการเมือง หรือเป็นเครื่องมือทางการตลาดของนักการเมืองโดยไม่รู้ตัว

ผู้ร่วมเสวนามีการคาดการณ์ว่า  หลังการเลือกตั้งสื่อไทยอาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม  เคเบิ้ลท้องถิ่น และสื่อโซเชียลเน็คเวิร์ค  และมีข้อเสนอแนะเรื่องบทบาทการนำเสนอของสื่อไทยหลังการเลือกตั้งว่า ต้องเปลี่ยนแนวทางนำเสนอให้มวลชนมีส่วนร่วม นำเสนอข่าวสารรอบด้าน ตรวจสอบแหล่งข่าวให้ถูกต้องชัดเจน  และระวังเรื่องอคติที่เกิดจาดความสนิทสนมกับแหล่งข่าว โดยสื่อจะต้องมีคุณธรรมในการนำเสนอข่าวด้วย ในส่วนการส่งข่าวสารผ่านเครือข่ายทางสังคมต้องมีความรอบคอบ อย่าแสดงความคิดเห็นส่วนตัว  เพื่อสร้างบรรทัดฐานการสื่อสารทางการเมืองของสถานีและผู้สื่อข่าว

 

ช่วงที่ 2 - สื่อใหม่ การเมืองใหม่: ประสบการณ์จากอเมริกาและไกลโพ้น

Ralph J. Begleiter ผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารการเมืองประจำมหาวิทยาลัยเดลาแวร์  อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสของ CNN กล่าวปาฐกถาพิเศษ “สื่อใหม่ การเมืองใหม่: ประสบการณ์จากอเมริกาและไกลโพ้น” "New Media, New Politics: Experiences from the US and Beyond" สะท้อนความคิดเห็นว่าการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ในฐานะสื่อทางเลือกเพื่อหาข้อมูลที่ไม่ถูกนำเสนอผ่านสื่อกระแสหลักเพราะถูกควบคุมโดยรัฐบาล ดังตัวอย่างกรณีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอียิปต์ที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ทำให้ประชาชนส่งผ่านข้อความทางการเมืองกันได้โดยปราศจากการควบคุมของรัฐบาล และทวีความสำคัญทางการสื่อสารการเมืองทั่วโลก

ปัจจุบัน สื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือยูทูบ ต่างมีอิทธิพลต่อการสื่อสารการเมืองมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้สื่อจะสามารถใช้อุปกรณ์การสื่อสารอย่างสมาร์ทโฟน หรือ อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการที่ผู้ใช้สามารถเป็นผู้เลือกที่จะเข้าถึงและรับข้อมูลข่าวสารทางการเมืองนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี การที่ผู้คนได้รับข้อมูลซ้ำๆ จากสื่อกระแสรองที่ปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นบน feed ของเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ อาจทำให้คนๆ หนึ่งทึกทักไปว่าข้อมูลชิ้นหนึ่งที่ตนได้รับมานั้นเป็นความจริง และส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยังคนอื่นๆ โดยปราศจากการตรวจสอบ ปราศจากคำถาม และทรงอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนในสังคม ซึ่งต่างกับสื่อหลักที่มีบรรณาธิการที่ดีที่จะคัดกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่ ดังนั้นยิ่งมีช่องทางการสื่อสารการเมืองมากยิ่งขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่ประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ผิดๆมากขึ้นด้วยเท่านั้น ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ต้องไม่เชื่อแค่ “ข้อคิดเห็น” เท่านั้น แต่จำเป็นจะต้องได้รับ “ข้อเท็จจริง” ด้วย อันเป็นหน้าที่ของสื่อกระแสหลักอย่างแท้จริง

“การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองบนโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่ดี แต่เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อาจไม่ใช่แหล่งที่ดีสำหรับการค้นหาข้อมูลที่เป็น “ข้อเท็จจริง” เนื่องจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียยืนอยู่บนพื้นฐานของ "ความคิดเห็น" เป็นหลัก” Ralph J. Begleiter กล่าวสรุป

 

 

 

 

 

Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

Who's Online

We have 4 guests online

ITPFacebookLikeBox